วันอังคาร, ธันวาคม 05, 2560

ประยุทธ์ สั่ง จนท.ตรวจสอบกรณีพบเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด เผยเป็นล็อตเดียวกับที่เคยจับกุมได้... เออ...ลืมยัง... ข่าว จับทหาร(ทหารฝ่ายข่าว “กอ.รมน.”)ขนอาวุธสงครามจำนวนมาก ปืนกลถูกใช้ช่วงม็อบกปปส.





แฉปืนกลถูกใช้ช่วงม็อบกปปส. จับทหารขนอาวุธสงคราม งามหน้า!ขับผ่านด่านฉลุย


3 มิถุนายน พ.ศ. 2560
แนวหน้า


เป็นซะเอง! ทหารฝ่ายข่าว “กอ.รมน.” ขนอาวุธสงครามลอตมหึมา ทั้งอาก้า ปืนกล เอ็ม 79 แฉโคตรงามหน้า ซุกรถตีตรากงจักรขับผ่านด่านความมั่นคงบริเวณชายแดนมาได้ฉลุยถึง 2 ด่าน ก่อนมาเสียท่าถูกจับเพราะขับรถลื่นตกข้างทางไปเอง พบปืนกลบางส่วนถูกเอามาใช้ถล่มระหว่างชุมนุม กปปส. ยังไม่ยืนยันถูกเตรียมมาป่วนกรุงหรือไม่

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะอีซูซุดีแม็ค สีดำ 4 ประตู เลขทะเบียนตรากงจักร 1510 มี พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ ตามบัตรประจำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานการข่าวกองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้ขับขี่ เสียหลักลื่นไถลตกถนนบริเวณบ้านคลองสน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด พังเสียหายยับเยิน เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน (ชค.ทพ.นย.) ที่ 3 บ้านเขาล้าน จึงเดินทางมายังจุดเกิดเหตุและเข้าทำการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบอาวุธสงครามอยู่ภายในรถเป็นจำนวนมาก จึงได้ดำเนินการตรวจยึดพร้อมนำตัวของ พ.อ.อ.ภคิน ซึ่งได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไปสอบปากคำที่ ชค.ทพ.นย.3 ทันที โดยอาวุธที่ยึดได้ประกอบด้วย





ยึดอาวุธลอตใหญ่ทหาร“กอ.รมน.”ขนเอง

1.ปืนอาก้า AK 47 จำนวน 29 กระบอก (แบบพับฐาน 10 กระบอก แบบพานท้ายยาว 19 กระบอก)

2.ปืนกล ขนาด 7.62 มม. 4 กระบอก

3.ลำกล้องอะไหล่ปืนกล 1 ลำกล้อง

4.ซองกระสุนปืน AK 47 ชนิด 30 นัดจำนวน 36 ซอง

5.ซองกระสุนปืน M16 ชนิด 30 นัดจำนวน 2 ซอง

6.ซองกระสุนปืนกล 7.62 จำนวน 4 ซอง

7.กระสุนปืน AK 47 ขนาด 7.62 จำนวน 4,147 นัด

8.ลูกเบี้ยว AK 47 จำนวน 6 ชิ้น

9.กระสุน M 79 จำนวน 53 ลูก

10.ลูกระเบิดขว้างจำนวน 1 ลูก

11.กระสุน ปรส. 75 จำนวน 1 ลูก

12.กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 10 นัด

13.ป้ายทะเบียนรถยนต์ 7625 ขอนแก่น จำนวน 2 ป้าย

14.เงินสดจำนวน 8,729 บาท

15.วิทยุติดรถยนต์พร้อมรีโมทคอนโทรล 1 ชุด รวมทั้งภาพถ่ายที่ส่งทางจดหมายอิเลคทรอนิก





ระทึก“เขมร”ซิ่งแหกด่านชายแดน


ต่อมาเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ป้ายทะเบียนกัมพูชา 2 AD 5629 ยี่ห้อ แลนด์ โรเวอร์ สีขาว ขับเข้ามาทางจุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ ได้เรียกขอตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมจอดและขับแหกด่าน เจ้าหน้าที่ทหารจึงแจ้งจุดตรวจจุดสกัด ก่อนสามารถจับกุมได้ แต่จากการตรวจค้นภายในรถยนต์ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 จึงควบคุมตัวคนขับไปสอบสวน โดยเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าทั้ง 2 เหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่

ยันเป็นทหารจริง-รวบคนเขมรเอี่ยวได้อีกราย


น.อ.สมรภูมิ จันโท ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าพันจ่าทหารอากาศที่ขนอาวุธสงครามนั้นเป็นทหารอากาศจริง และมีสังกัดตามที่ระบุ แต่เรื่องรถยนต์นั้นยังต้องหารายละเอียดเพิ่ม

ขณะที่จาการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจบางประการ แต่ยังต้องทำการตรวจสอบต่อไป นอกจากนั้นยังได้ควบคุมชาวกัมพูชา ที่คาดว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย แต่กำลังประสานไปยังสังกัดของชาวกัมพูชารายนี้อยู่





พบเป็นอาวุธที่ใช้ระหว่าง“กปปส.”ชุมนุม

“อาวุธสงครามชุดนี้ถือว่ามีจำนวนมาก และมีใช้ในราชการทหารเท่านั้น ส่วนปืนกลที่พบเป็นอาวุธที่ใช้ระหว่างการประท้วงของเวที กปปส. แต่ยังไม่สามารถบอกว่าจะนำมาป่วนในกรุงเทพ หรือนำไปขายให้ชนกลุ่มน้อย เพราะทหารอากาศรายนี้ยังไม่ยอมรับสารภาพ” น.อ.สมรภูมิ กล่าว

“ผบ.นาวิกโยธิน”ปิดปากเงียบไม่ยอมชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน พล.ร.ท.รัตนะ วงษ์สาโรจน์ ผู้บัญชาการนาวิกโยธิน ได้เดินทางมาตรวจสอบอาวุธสงครามที่จับกุมได้ แต่กลับไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ กับสื่อมวลชน โดยเฉพาะความเป็นมาและความเชื่อมโยงในเรื่องของการก่อวินาศกรรมภายในประเทศ โดยบอกเพียงว่าในทางคดีได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเลื่อน อ.เมือง จ.ตราด เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.เสรี สิริสวัสดิ์ ผกก.สภ.ท่าเลื่อน ที่เดินทางมาตรวจสอบหลักฐานและอาวุธทั้งหมด กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการดำเนินการสอบสวนผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด และอาวุธปืนทั้งหมดที่ยึดมาได้นั้นยังต้องมีการตรวจสอบและตั้งข้อกล่าวหาจำเลยในภายหลัง ซึ่งในขั้นนี้ได้รับรายละเอียดในเบื้องต้นจากฝ่ายทหารและจะดำเนินการสอบสวนผู้ขนอาวุธสงครามรายนี้ต่อไป





งามหน้า!ผ่านจุดตรวจทหาร2ด่านฉลุย

รายงานข่าวแจ้งว่า การขนอาวุธสงครามในครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า สามารถผ่านจุดตรวจทหารมาได้ถึง 2 ด่านสำคัญ คือ จุดตรวจทหารของชุด ฉก.นย. 182 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และจุดตรวจของชุด ชค.ทพ.นย.ที่ 3 เขาล้าน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด

นอกจากนี้ทะเบียนรถยนต์อีซูซุของ พ.อ.อ.ภคิณ เดชพงษ์ ที่นำทะเบียนตรากงจักร หมายเลข 1510 มาติดนั้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นทะเบียนปลอมในการใช้ทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ต้องหารายนี้ เดินทางเข้า-ออก ในพื้นที่จังหวัดตราด 2-3 ครั้ง มาแล้ว

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ผ่านมามีการค้าอาวุธสงครามของฝ่ายกัมพูชาผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.ตราด หลายครั้งและถูกจับกุมได้ บางส่วนก็หลบหนีไปได้ โดยขณะนี้ฝ่ายทหารกำลังตรวจสอบในเชิงลึกว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน กทม. หรือไม่





ส่วนกรณีชาวกัมพูชาที่นำรถยนต์แลนด์ครุยเซอร์เข้าออกประเทศไทยได้นั้น จะต้องเป็นบุคคลสำคัญเท่านั้นจึงสามารถเดินทางเข้าออกระหว่าง จ.ตราด และ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดทำข้อตกลงไว้ร่วมกันว่า จะให้ผู้เข้าออกในชายแดนไทยกัมพูชาได้นั้นจะต้อง เป็นบุคคลวีไอพีของทั้ง 2 จังหวัด จึงจะสามารถผ่านจุดตรวจมาได้ อย่างไรก็ตามชาวกัมพูชารายนี้ไม่พบเห็นใน ระหว่างการสอบสวน พ.อ.อ.รายนี้แต่ประการใด

ยันระเบิดส่ง“เคอรี่”เป็นของราชการ


ส่วนความคืบหน้ากรณีพบกล่องพัสดุ 3 กล่อง บรรจุระเบิดชนิด M67 (ลูกเกลี้ยง) จำนวน 4 ลูก ระเบิดชนิด M26 (น้อยหน่า) 2 ลูก และกระสุนปืนเอชเค 100 นัด ภายในร้าน Kerry Exprees เคอรี่เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทั้งการข่าวและลักษณะของระเบิด ยืนยันชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับการนำไปก่อเหตุหรือก่อวินาศกรรมใดๆ เบื้องต้นจากการขยายผลพบว่ามีการส่งพัสดุระเบิดจากสถานที่ใกล้เคียงไปยังสถานที่ต่างๆน่าจะมากกว่า 22 กล่อง ในหลายจังหวัด แต่ผู้รับบางทีเป็นชื่อปลอมยังไม่สามารถยืนยันตัวผู้รับได้ชัดเจน ทั้งหมดเป็นอาวุธราชการที่มีการขูดลบเลข ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล อย่างไรก็ดียังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการค้าอาวุธหรือไม่ แต่ที่แน่ๆไม่เกี่ยวกับการก่อเหตุหรือก่อวินาศกรรมใดๆ





ทบ.ขึงขังทหารนายไหนเอี่ยวสั่งฟันทั้งวินัยอาญา

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฏหมายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้หน่วยงานต่างๆ ให้ระมัดระวังมีการตรวจสอบการเก็บรักษาและควบคุมทางบัญชีของกรุะสุนและวัตถุระเบิดให้เป็นตามมาตราฐานตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

“ปัจจุบันในทุกกรณีหากพบว่า มีกำลังพลของกองทัพบกไปเกี่ยวข้องการกระทำความผิดในทุกกรณี จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งในด้านอาญาและในทางวินัยทหารขั้นร้ายแรงต่อไป ส่วนเรื่องความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 3 จุดในช่วงที่ผ่านมา หรือไม่ในเบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกัน” พ.อ.วินธัย กล่าว