วันเสาร์, ธันวาคม 09, 2560

ยุคประยุทธ์ 'เอาแต่พล่าม' ทหารลายพราง 'เสาธง ๕ นาฑี' ทุกเช้า มอมเมาเยาวชน

ที่เขาว่าอภิสิทธิ์ ดีแต่พูด ตกกระป๋องไปแล้วเมื่อเจอเข้ากับประยุทธ์ เอาแต่พล่าม น่ะเป็นความจริงยิ่งกว่า เชิงประจักษ์ดูจากตอนทั่นหัวหน้า คสช. ลงไปพล่ามภาคใต้นั่นปะไร

ที่ตรังประยุทธ์บ่นบนโพเดี้ยมเรื่อง “โฆษกไก่อูโดนด่าทุกวัน ยิ่งพูดยิ่งโดน วันนี้พูดอะไรไม่ได้ ผิดไปหมด” แหม ถ้าเลือกพูดแต่ในสิ่งที่เป็นจริงสักครั้งก็ไม่ต้องมาเป็นแบบนี้

แล้วที่พล่ามว่า “เข้ามาไม่ได้หวังอะไร” พูดไม่รู้กี่หนเป็นต้องมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาลบล้างคำพล่ามให้ต้องแถเถือกกันไปได้เสมอ ทิ้งไว้แต่ความระกำในอกประชาชน คอยดูเรื่องนาฬิกากับแหวนเพชรสิ มันคงไม่พ้นอีหรอบเดียวกันอีกแหละ

แม้แต่ว่าประธาน ปปช.จะทำขึงขัง สั่งสอบนายเก่า (ภายใน ๓๐ วัน) เรื่องนาฬิกาอาร์เอ็มกับแหวนเพชรเม็ดโป้งของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นท่านได้แต่ใดมา ว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ไม่สามารถเร่งรัดได้...จะต้องรอให้พล.อ.ประวิตรได้ชี้แจงก่อน”
 
แถมขออย่าเอาไปเปรียบกับคดีตรวจสอบนาฬิกา ๙ เรือน ๑.๘ ล้านบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำได้ว่องไวกระฉับกระเฉง ไหงพอมาถึงคณะยึดอำนาจที่ “มีความสนิทสนมและคุ้นเคย” กันมา ขั้นตอนจึงได้งุ่มง่าม เนิบนาบอย่างนี้


ทำนองเดียวกันกับคดีที่ทหารตกเป็นจำเลย ให้ต้องมีอาการสะดุดหรือกระทั่งติดกึกเกือบจะทุกครั้งไป กรณีการเสียชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหารของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ แรกยึกยักเรื่องน้ำยาหมด ทำท่าจะล่าช้า แต่ครั้นเดินหน้าชันสูตรศพอีกครั้งตามที่ครอบครัวผู้ตายร้องขอ

พอทราบผลกลับบอกว่า “มอบให้ญาติน้องเมย (นายภคพงศ์) ซึ่งได้แสดงเจตจำนงว่า ไม่ต้องการให้ผลการตรวจชันสูตรถูกเปิดเผยออกไป” (ตามประกาศของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์)

นี่ถ้าไม่ได้พี่สาวผู้ตายฮึดหนัก ออกมาแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า “ผลการชันสูตรระบุชัดเจนว่า พบรอยช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการถูกทำร้าย นอกจากนั้นยังระบุว่า ซี่โครงซี่ที่ ๔ ที่หัก ไม่ได้เกิดจากการทำ CPR อย่างแน่นอน” ละก็
สาธารณชนจะไม่มีทางได้ทราบเลยว่า คำชี้แจงเบื้องต้นจากโรงเรียนเตรียมทหารว่านายภคพงศ์เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเท่านั้น เป็นการโกหกและปกปิดความจริงอย่างน่าละอาย

แม้นว่ารายงานผลชันสูตรเกี่ยวกับร่างกายผู้ตายที่ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ นำมาเปิดเผยให้สาธารณะเป็นสักขีพยาน ก่อนการดำเนินคดีในทางศาลกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้นายภคพงศ์เสียชีวิต เป็นเพียงส่วนแรกของการชันสูตร

ยังมีการชันสูตรอวัยวะภายในที่ถูกถอดออกไปจากศพดองไว้ เมื่อครอบครัวร้องขอคืนจึงได้มานั้น จะเป็นหลักฐานสำคัญเสริมผลชันสูตรส่วนแรกให้แน่นไปยิ่งกว่าเดิม ซึ่งในคดีความตามปกติแล้วย่อมได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างแน่นอน


เรื่องอึมครึมเข้าเนื้อ คสช. และลิ่วล้อแบบนี้นี่หรือ เป็นเรื่องเลอะเทอะทางโซเชียลมีเดียที่ประยุทธ์บอกว่าอย่าไปฟัง ฟังรัฐบาลบ้าง แต่รัฐบาลก็กระเดือกติดคอพูดไม่ออก

ได้แต่พล่ามเรื่อง “นี่แหละที่เรียกว่าประชาธิปไตย...คราวหน้าขอให้เลือกคนดีๆ เลือกคนที่มีวิสัยทัศน์ ทำงานเป็น ใช้งบอย่างโปร่งใส แก้ปัญหาประชาชนให้ได้” ล้วนแต่เป็นคุณสมบัติตรงข้ามกับนักการเมืองในเครื่องแบบ คสช.ทั้งนั้น

ซ้ำร้ายพวกทหารลายพราง คสช. นี่แหละที่พล่ามประจำวันมอมเมาเยาวชนอยู่ทุกเช้า ดัง วาสนา นาน่วม ย้ำเตือนให้วิญญูชนทั้งหลายได้สำเหนียกกันว่า “เสาธง ๕ นาฑี ยังมีอยู่น้าาาา!!”

มันคืออะไร นักข่าวสายทหารให้อัตถาธิบาย “ตั้งแต่รัฐประหาร ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๗ มา...ทุกๆ เช้า หลังเคารพธงชาติ ตาม รร.ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พี่ๆ ทหารจะเข้าไปพบน้องๆ นักเรียนและครู เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ ให้ข้อมูล ชี้แจง สยบข่าวลือต่างๆ ที่เรียกว่า เสาธง ๕ นาที มาวันนี้กว่า ๓ ปีแล้ว ก็ยังมีอยู่”

คุณวาสเธอเล่าเรื่องนี้จากการที่มีทหารลายพรางจากชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนของกองพันทหารสื่อสารที่ ๑ ลงพื้นที่วัดช่องลม เขตยานนาวา “ปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ และพูดถึงจิตสำนึกในการร้องเพลงชาติไทย” เป็นอาทิ
เป็นความรักชาติที่นักวิชาการวัย ๘๕ ปีซึ่งเป็นที่ยกย่องนับถือของนานาชาตินาม ส.ศิวรักษ์ ต้องคดีในข้อหา ม. ๑๑๒ ระวางโทษร้ายแรง ฐานที่เคยปาฐกถาวิจารณ์การยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร บุรพกษัตริย์ไทย